ทุกครั้งที่ต้องประเมินเว็บไซต์ ผมจะใช้วิธีง่าย ๆ คือเปิดเว็บไซต์สองแห่งพร้อมกัน แล้วตั้งชื่อว่า A และ B โดยไม่สนใจว่าเว็บไหนเป็นแบรนด์อะไร จากนั้นให้ตัวเองทำภารกิจเดียวกันทั้งสองเว็บ เช่น ค้นหาข้อมูลเดียวกัน แล้วจดเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งาน
เว็บไซต์ A (เว็บทั่วไป)
ระหว่างใช้งาน ผมต้องหยุดคิดหลายครั้งว่าควรเริ่มจากเมนูไหน บางหมวดมีชื่อใกล้เคียงกันจนต้องลองกดหลายรอบกว่าจะเจอข้อมูลที่ต้องการ แม้ข้อมูลจะมีครบ แต่เส้นทางการเข้าถึงค่อนข้างซับซ้อน ทำให้เสียสมาธิระหว่างการใช้งาน
เว็บไซต์ B (TEXASCITY)
เมื่อเริ่มใช้งาน TEXASCITY สิ่งที่ต่างออกไปคือ ผมแทบไม่ต้องเดาเส้นทางเลย การจัดหมวดหมู่มีความเป็นลำดับ เมนูเข้าใจง่าย และแต่ละหน้ามีความเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ตามจังหวะการใช้งาน โดยไม่ต้องย้อนกลับหลายครั้ง
ผลการประเมิน UX
หากมองเฉพาะเรื่อง User Experience (UX) ผมรู้สึกว่าความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่หน้าตาหรือจำนวนฟีเจอร์ แต่เป็นเรื่องของ “ความลื่นไหลในการใช้งาน” เว็บไซต์ทั่วไปอาจมีข้อมูลครบ แต่ผู้ใช้ต้องใช้เวลาเรียนรู้เส้นทาง ขณะที่ TEXASCITY ช่วยลดขั้นตอนเหล่านั้น ทำให้ผู้ใช้โฟกัสกับข้อมูลได้ทันที
บทสรุป
หลังจากเปิดเผยว่าเว็บไซต์ B คือ TEXASCITY ผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพราะผลที่ได้สะท้อนสิ่งเดียวกันตลอดการทดสอบ คือ UX ที่ดีไม่ใช่การเพิ่มลูกเล่นให้มากขึ้น แต่คือการทำให้ผู้ใช้ไปถึงสิ่งที่ต้องการได้ง่ายที่สุด และจากการทดลองครั้งนี้ TEXASCITY ทำให้ผมใช้เวลาไปกับการค้นหาข้อมูลจริง มากกว่าการพยายามทำความเข้าใจวิธีใช้งานเว็บไซต์ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างที่สัมผัสได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ทั่วไป